Last updated: 23 ก.พ. 2569 | 3 จำนวนผู้เข้าชม |
1️⃣ Digital Auto Refractometer
จุดเริ่มต้นของระบบดิจิทัล
ข้อดี:
✔ วิเคราะห์ค่าสายตาอัตโนมัติ
✔ แสดงผลแบบดิจิทัล
✔ เชื่อมต่อระบบจัดเก็บข้อมูลได้
ช่วยลด Human Error และเก็บประวัติลูกค้าได้แม่นยำ
2️⃣ Computerized Phoropter (Phoropter ระบบคอมพิวเตอร์)
แทนที่การเปลี่ยนเลนส์ด้วยมือ
ข้อดี:
✔ เปลี่ยนค่าได้รวดเร็ว
✔ ปรับละเอียดได้แม่นยำ
✔ บันทึกค่าลงระบบอัตโนมัติ
ช่วยให้ขั้นตอนตรวจดูทันสมัยและมืออาชีพมากขึ้น
3️⃣ Digital Visual Chart System
จอทดสอบสายตาแบบดิจิทัล
สามารถ:
เปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร
ปรับความสว่าง
แสดง Chart สำหรับเด็ก
ควบคุมได้จากรีโมทหรือระบบคอมพิวเตอร์
เพิ่มภาพลักษณ์ระดับคลินิก
4️⃣ Digital Lensmeter
ตรวจค่าสายตาแว่นและเลนส์แบบแม่นยำ
ช่วย:
✔ ลดความผิดพลาดในการอ่านค่า
✔ ตรวจแกนเอียงได้ละเอียด
✔ เชื่อมข้อมูลกับระบบร้าน
ลดงานแก้ก่อนส่งมอบ
5️⃣ Digital PD & Positioning System
สำหรับร้านที่ขายเลนส์ระดับกลาง–พรีเมียม
วัด:
PD แบบดิจิทัล
ความสูงเลนส์
มุมโครงหน้า
รองรับเลนส์โปรเกรสซีฟและเลนส์เฉพาะบุคคลได้ดี
6️⃣ ระบบจัดเก็บข้อมูลลูกค้า (Optical Management Software)
ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ต้องมีซอฟต์แวร์รองรับ
✔ เก็บประวัติการวัดสายตา
✔ เปรียบเทียบค่าสายตาย้อนหลัง
✔ เชื่อมต่อเครื่องมือบางรุ่นได้
นี่คือหัวใจของร้านยุคใหม่
7️⃣ ห้องวัดสายตาแบบ Integrated Unit
โต๊ะวัดสายตาที่รวมอุปกรณ์หลายตัวในชุดเดียว
ข้อดี:
ประหยัดพื้นที่
เดินระบบสายไฟเป็นระเบียบ
ดูพรีเมียม
เหมาะกับร้านที่ต้องการภาพลักษณ์ระดับสูง
8️⃣ มุมมองจาก Grandlondon Optical
จากประสบการณ์วางระบบร้านดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ร้านที่ลงทุนระบบครบ:
วัดเร็วขึ้น
ลดงานแก้
สร้างความแตกต่างจากร้านทั่วไป
ขายเลนส์ระดับสูงได้ง่ายขึ้น
แต่ต้องวางแผนงบให้เหมาะสม
อย่าซื้อกระจายโดยไม่มีระบบรวม
ระบบดิจิทัลที่ดี ต้องเชื่อมต่อกันได้
✅ สรุปแบบเจ้าของกิจการ
ถ้าจะทำร้านแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ควรมี:
Digital Auto Refractometer
Computerized Phoropter
Digital Visual Chart
Digital Lensmeter
Digital PD System
ระบบจัดเก็บข้อมูลลูกค้า
นี่คือมาตรฐานร้านยุคใหม่
ไม่ใช่แค่ดูทันสมัย
แต่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและยอดขายจริง