Last updated: 18 ก.พ. 2569 | 47 จำนวนผู้เข้าชม |
1️⃣ ความเสี่ยงด้านเงินทุน (Financial Risk)
ความผิดพลาดที่พบบ่อย
ลงทุนเกินงบ
ไม่กันเงินหมุนเวียน
คาดการณ์ยอดขายเกินจริง
แนวทางบริหารความเสี่ยง
แบ่งงบเป็น 3 ส่วน: อุปกรณ์ / รีโนเวท / เงินสำรอง
กันเงินหมุนเวียนอย่างน้อย 3–6 เดือน
คำนวณจุดคุ้มทุนก่อนเซ็นสัญญาเช่า
จากประสบการณ์ ร้านที่มีเงินสำรอง จะตัดสินใจได้ดีและไม่กดดันตัวเองเกินไป
2️⃣ ความเสี่ยงด้านทำเล (Location Risk)
การเลือกทำเลผิด อาจกระทบระยะยาว
ตรวจสอบก่อนลงทุน
จำนวนคู่แข่งในรัศมี 1–3 กม.
กลุ่มลูกค้าในพื้นที่
กำลังซื้อจริง
บางพื้นที่ค่าเช่าถูก แต่ไม่มีทราฟฟิก
บางพื้นที่ทราฟฟิกดี แต่ค่าเช่ากดกำไร
การวิเคราะห์ GEO อย่างจริงจังช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
3️⃣ ความเสี่ยงด้านระบบอุปกรณ์ (Operational Risk)
ปัญหาที่พบจากร้านที่เริ่มต้นผิดระบบ:
เครื่องมือไม่สัมพันธ์กัน
ระบบไฟไม่รองรับ
จัดวางพื้นที่ผิด
แนวทางลดความเสี่ยง:
วางระบบก่อนซื้ออุปกรณ์
เลือกอุปกรณ์ตามขนาดร้าน
มีทีมติดตั้งมืออาชีพ
ร้านที่วางระบบดีตั้งแต่ต้น จะลดต้นทุนซ่อมและแก้ไขภายหลัง
4️⃣ ความเสี่ยงด้านบุคลากร
ขาดคนช่วย
พนักงานลาออกกะทันหัน
เจ้าของทำงานหนักเกินไป
แนวทาง:
วางแผนกำลังคน
ทำคู่มือขั้นตอนงาน
ไม่พึ่งพาคนเดียวในระยะยาว
ร้านที่มีระบบงานชัด จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า
5️⃣ ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และรีวิว (Reputation Risk)
ในยุคออนไลน์ รีวิวมีผลมาก
สิ่งที่ต้องระวัง:
บริการไม่สม่ำเสมอ
การสื่อสารไม่ชัด
ไม่ตอบรีวิว
แนวทางลดความเสี่ยง:
อธิบายผลตรวจอย่างละเอียด
รับประกันชัดเจน
ตอบรีวิวทุกครั้ง
ร้านที่ดูแลรีวิวดี จะสร้างความน่าเชื่อถือระยะยาว
6️⃣ ความเสี่ยงด้านการแข่งขัน
ตลาดร้านแว่นแข่งขันสูง
โดยเฉพาะในเขตเมือง
วิธีลดความเสี่ยง:
มีจุดขายชัดเจน
ทำ SEO ในพื้นที่
สร้างฐานลูกค้าประจำ
ร้านที่พึ่งพาแค่ Walk-in มีความเสี่ยงสูงกว่าร้านที่มีฐานลูกค้าออนไลน์
สรุป
การเปิดร้านแว่นตาไม่ใช่การเสี่ยงโชค
แต่คือการบริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ
ถ้าคุณวางแผนเรื่องเงิน ทำเล ระบบ และภาพลักษณ์ครบ
โอกาสสำเร็จจะสูงขึ้นอย่างชัดเจน