Last updated: 9 ก.พ. 2569 | 58 จำนวนผู้เข้าชม |
1) เลือกทำเลจากค่าเช่าถูก ไม่ใช่จากกลุ่มลูกค้า
หลายคนเลือกที่เพราะ “ถูก”
แต่ไม่มีทราฟฟิก ไม่มีที่จอดรถ ไม่มีคนเดินผ่าน
ร้านแว่นคือธุรกิจบริการ
ทำเลต้องเข้าถึงง่ายและตรงกลุ่มเป้าหมาย
คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญา:
ใครคือกลุ่มลูกค้าหลัก?
คนในพื้นที่มีกำลังซื้อระดับไหน?
มีร้านแว่นใกล้เคียงกี่ร้าน?
2) ลงทุนอุปกรณ์เกินตัวตั้งแต่วันแรก
ซื้อเครื่องครบชุดระดับสูง
ทั้งที่ยอดขายยังไม่แน่นอน
ผลคือ เงินจม
กระแสเงินสดตึงตั้งแต่เดือนแรก
หลักคิดง่าย ๆ
“ซื้อเพื่อรองรับยอดขายจริง ไม่ใช่ซื้อเพื่อความภูมิใจ”
3) ประเมินต้นทุนผิด
หลายร้านคิดแค่ค่าเครื่อง + ค่าเช่า
แต่ลืม:
เงินหมุนสต็อกกรอบแว่น
ค่าเลนส์
เงินเดือนพนักงาน
การตลาด
ค่าซ่อมบำรุง
ธุรกิจแว่นต้องมีเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือน
4) ไม่มีจุดต่างจากคู่แข่ง
ร้านเปิดใหม่แต่ขายเหมือนร้านข้าง ๆ ทุกอย่าง
ไม่มีจุดขาย
ไม่มีคอนเซปต์
ไม่มีบริการเสริม
ถามตัวเองให้ชัด
“ลูกค้าจะเลือกคุณ เพราะอะไร?”
5) วัดสายตาไม่แม่น
นี่คือจุดตายของร้านแว่น
ถ้าวัดผิด ลูกค้าไม่พอใจ
ใส่ไม่สบาย
เสียความเชื่อมั่นทันที
เครื่องมือที่ดี + ความชำนาญ
คือสิ่งที่ต้องลงทุนจริงจัง
6) ไม่ทำการตลาดออนไลน์
ปี 2026 ลูกค้าค้นหาใน Google ก่อนเข้าร้าน
ถ้าร้านคุณไม่มีตัวตนออนไลน์
คุณเสียลูกค้าโดยไม่รู้ตัว
อย่างน้อยควรมี:
Google Business Profile
รีวิวจริงจากลูกค้า
เว็บไซต์หรือเพจที่อัปเดตสม่ำเสมอ
7) เลือกซัพพลายเออร์ผิด
ราคาถูกแต่ไม่มีบริการหลังการขาย
เครื่องเสียไม่มีคนดูแล
อะไหล่รอนาน
ธุรกิจร้านแว่นต้องมี “คู่ค้า” ที่อยู่ระยะยาว
สรุปแบบตรงไปตรงมา
ร้านแว่นไม่ได้เจ๊งเพราะตลาดไม่ดี
แต่เจ๊งเพราะตัดสินใจผิดตั้งแต่ต้น
ถ้าคุณกำลังจะเปิดร้าน
อย่ารีบ
อย่าตัดสินใจจากอารมณ์
วางแผนให้รอบ คิดแบบเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่แค่คนอยากมีร้าน
ทำถูกตั้งแต่วันแรก
โอกาสรอดจะสูงกว่าคู่แข่งทันที